ศูนย์วิเทศอาเซียน
ASEAN Cooperation Center

image

ศูนย์วิเทศอาเซียน สำนักการต่างประเทศ สำนักงานศาลยุติธรรม

ทิศทางจังหวัดหนองคายในยุครถไฟความเร็วสูง เชื่อม 3 ประเทศ ไทย สปป.ลาว จีน
image

image รูปภาพ
image

 

สำนักการต่างประเทศขอนำเสนอข่าวสาร

ความคืบหน้าเกี่ยวกับโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีนซึ่งจะเชื่อมต่อเส้นทางจากกรุงเทพฯ ไปยังหนองคาย โดยใช้เทคโนโลยีที่นำเข้าจากจีน ผู้โดยสารสามารถข้ามชายแดนจากหนองคายไปยังลาว และขึ้นรถไฟต่อจากนครหลวงเวียงจันทน์ผ่านลาวตอนเหนือไปยังเมืองคุนหมิง ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนใต้ของจีน ทั้งนี้ รถไฟความเร็วสูงไทย-จีนถือเป็นหนึ่งในโครงการสำคัญภายใต้ความริเริ่มหนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง (Belt and Road Initiative: BRI) หรือที่รู้จักกันโดยทั่วไปในชื่อโครงการเส้นทางสายไหม ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างรัฐบาลจีนกับประเทศอื่นๆ อีกหลายประเทศ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และยกระดับการเดินทางข้ามพรมแดน

 

ที่มา: ศูนย์ข้อมูลข่าวสารอาเซียน กรมประชาสัมพันธ์

http://www.aseanthai.net/ewt_news.php?nid=9047&filename=index

 


BRI หรือในชื่อเต็มยศ “Belt and Road Initiative” ซึ่งเป็นโครงข่ายเชื่อมโยงโลกทั้งผองให้เป็นหนึ่งเดียว ริเริ่มผลักดันโดยประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ผู้นำตลอดกาลแห่งประเทศจีนเมื่อปี 2556 ที่กำลังสำแดงอานุภาพเหนี่ยวนำประชาคมโลกให้หันมาแสดงเจตจำนงของการมีส่วนร่วมอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง กระทั่งทำให้บรรยากาศการประชุม BRI Forum สมัยที่ 2 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติจีน (China National Convention Center) ในกรุงปักกิ่ง ระหว่างวันที่ 25 – 27 เมษายน ที่ผ่านมา คราคร่ำไปด้วยบุคคลสำคัญจากกว่า 100 ประเทศ…

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติและนายกรัฐมนตรีแห่งประเทศไทย ก็จัดเป็นบุคคลสำคัญที่ร่วมอยู่ในการประชุมที่ว่านี้ด้วย

65-125-29…เครือข่าย BRI

 

จากปี 2556 ที่ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง จุดพลุเปิดมิติ BRI หรือ ในศัพท์นิยามแบบไทยๆ “ข้อริเริ่มสายแถบและเส้นทาง” ด้วยการยกระดับต่อยอด “เส้นทางสายไหม” (Silk Road) ให้ครอบคลุมการไปมาหาสู่กันทุกมิติทั้งล้อ – ราง – เรือ – อากาศยาน – โทรคมนาคม มาถึงปีปัจจุบัน 2562 หรือ “BRI 2019” มีจำนวน 65 ประเทศตกร่องปล่องชิ้นเข้าร่วมเป็นภาคี BRI เรียบร้อยแล้ว

ทำนองเดียวกันก็มีอีก 125 ชาติ และองค์กรระหว่างประเทศ อีก 29 องค์กรซึ่งรวมถึงองค์การสหประชาชาติ – กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ)…และธนาคารโลก ตกลงปลงใจลงนามยินดีร่วมมือกับ BRI ในการพัฒนาคุณภาพชีวิต-คุณภาพสังคม-คุณภาพสิ่งแวดล้อม และลดความเหลื่อมล้ำในประชาคมโลก


“โปร่งใส…ปลอดคอร์รัปชั่น” หัวใจ BRI 2019

 

ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ในฐานะเจ้าภาพและเจ้าบ้านจัดการประชุม BRI สมัยที่ 2 กล่าวแสดงสุนทรพจน์เปิดการประชุม โดยมีสาระสำคัญที่ติดหูติดใจอย่างยิ่ง…

 

“ทุกธุรกรรมใน BRI ต้องเปิดเผย โปร่งใส ปลอดปราศจากการคอร์รัปชั่น และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หรือ Open – Green – Clean – Zero Tolerance for Corruption”

พร้อมกันนี้ก็ยังเน้นย้ำด้วยว่า BRI คือชานชาลาของความร่วมมือกันของประชาคมโลก เพื่อผลประโยชน์ของคนทั้งโลก ไม่ใช่เครื่องมือแผ่อิทธิพลทางด้านภูมิรัฐศาสตร์ โดยรัฐบาลจีนจะทุ่มเทอย่างเต็มที่ในการพัฒนาความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างประเทศผ่าน BRI


 

ทำไมใครต่อใครอยากร่วมขบวน BRI

แรงดึงดูดที่ทำให้ใครต่อใครอยากร่วมหอลงโรงกับ BRI น่าจะมาจากอานุภาพขั้นสูงของ BRI ต่อความเป็นไปในโลกใบนี้…

  • BRI มีสัดส่วนอยู่ในความมั่งคั่งของทั้งโลกสูงถึง 30% หรือคิดเป็นมูลค่าไม่น้อยกว่า 26.40 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 845 ล้านล้านบาท (845,000,000,000,000 บาทถ้วน)
  • BRI  มีสัดส่วนอยู่ในมูลค่าการค้าของทั้งโลกสูงถึง 40 % หรือคิดเป็นมูลค่าไม่น้อยกว่า 7.20 ล้านล้านดอลลาร์
  • BRI ยังมีประชากรโลกกระจุกตัวอยู่รวมกันมากที่สุดในโลก ถึง 62% ของจำนวนประชากรทั้งโลก หรือคิดเป็นจำนวนไม่น้อยกว่า 4,780 ล้านคน

ยิ่งไปกว่านั้น รัฐบาลจีนยังตั้งอกตั้งใจที่จะยกระดับสกุลเงินหยวน ให้เป็นเงินสกุลสำคัญเทียบชั้นดอลลาร์สหรัฐยูโร – เยน – ปอนด์สเตอริง ซึ่งเป็นสกุลเงินหลักสำหรับการซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้าและบริการในระดับสากล และเป็นเงินสกุลหลักที่ธนาคารกลางทั้งหลาย จะเก็บรักษาไว้เป็นหนึ่งในสกุลเงินสำรองในทุนสำรองเงินตราระหว่างประเทศ

รัฐบาลจีนปักหมุด ยกระดับสกุลเงินหยวนให้เป็นหนึ่งในยุทธจักรเงินตราโลกภายในปี 2563 นี้แล้ว

 

ที่มา: SALIKA Knowledge Sharing Space

https://www.salika.co/2019/04/26/bri-belt-and-road-initiative-2019/